10 คำถามที่พบบ่อยใน คนไข้เคยบอกว่าเค้าใช้เวลาหลายวันค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเพื่อหาวิธีรักษาอาการตัวเอง แล้วมักจะเจอกับข้อมูลที่ขัดแย้งกัน หรือตั้งใจมาขายสินค้า หรือดูไม่น่าเชื่อถือ นี่คือ 10 คำถามที่คนไข้ค้นหาบ่อย พร้อมคำตอบที่อ้างอิงตามหลักวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่
1. หวัดกับไซนัสอักเสบต่างกันอย่างไร? หวัดทั่วไปเกิดจากเชื้อไวรัสและมักจะหายได้เองภายใน 5 วัน และมักไม่เกิน 7-10 วัน ส่วนไซนัสอักเสบเฉียบพลันจากแบคทีเรีย เกิดขึ้นเมื่อโพรงไซนัสอุดตัน ทำให้น้ำมูกระบายไม่ได้และแบคทีเรียเจริญเติบโต เรามักสามารถแยกโรคได้จากระยะเวลาและอาการ หากอาการ "หวัด" ลากยาวเกิน 10 วันโดยไม่ดีขึ้น หรืออาการดูเหมือนจะดีขึ้นแล้วกลับมาแย่ลงอย่างกะทันหัน (Double sickening) นั่นแสดงว่าโรคได้พัฒนาเป็นไซนัสอักเสบจากแบคทีเรียแล้ว
2. ผนังกั้นจมูกคดสามารถหายหรือตรงเองได้หรือไม่? ไม่ได้ ผนังกั้นจมูกคดคือความผิดปกติทางโครงสร้างของกระดูกอ่อนและกระดูกแข็งที่แบ่งโพรงจมูกเป็นจมูกซ้าย-ขวา เนื่องจากเป็นปัญหาโครงสร้างทางกายภาพ การกินยา ฝึกหายใจ หรือปล่อยเวลาผ่านไปจะไม่ช่วยให้กระดูกตรงขึ้นได้ หากความคดนั้นไม่ก่อปัญหาเรื่องการคัดจมูกก็ไม่ต้องทำอะไร แต่หากมีอาการคัด"ข้างนั้น" และยาพ่นสเตียรอยด์ไม่สามารถลดอาการคัดจมูกได้อย่างเพียงพอ การผ่าตัดแก้ไขผนังกั้นจมูก (Endoscopic Septoplasty) คือวิธีเดียวที่จะขยายช่องลมให้กว้างขึ้นได้อย่างถาวร
3. ริดสีดวงจมูกคืออะไร และทำไมถึงชอบกลับมาเป็นซ้ำ? ริดสีดวงจมูกที่มาพร้อมกับไซนัสเรื้อรัง ไม่ใช่เนื้องอก แต่เป็นเยื่อบุโพรงไซนัสที่อักเสบเรื้อรังจนบวมน้ำและยื่นออกมา ริดสีดวงจมูกมักจะถูกขับเคลื่อนด้วยความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า "การอักเสบชนิดที่ 2" (Type 2 Inflammation) ซึ่งเกี่ยวข้องกับเซลล์เม็ดเลือดขาวอีโอซิโนฟิล หากเราไม่ควบคุมการอักเสบระดับเซลล์นี้ด้วยการล้างจมูก ยาพ่นสเตียรอยด์ หรือยาฉีดชีววัตถุ (Biologics) อย่างต่อเนื่อง ริดสีดวงก็มีโอกาสงอกกลับมาใหม่ได้สูง
4. ผ่าตัดไซนัสเจ็บไหม และต้องพักฟื้นอย่างไร? ในอดีต การผ่าตัดไซนัสขึ้นชื่อเรื่องความทรมานจากการยัดผ้าก๊อซ ปัจจุบันการผ่าตัดไซนัสผ่านกล้อง เราจะผ่าเข้าทางรูจมูกด้วยกล้องความละเอียดสูง จึงไม่มีรอยแผลหรือรอยช้ำภายนอก หมอจะใช้วัสดุห้ามเลือดชนิดสลายตัวได้เองแทนผ้าก๊อซ ในคนไข้ส่วนใหญ่อาการช่วงพักฟื้นจะคล้ายกับการเป็นหวัดคัดจมูกหนักๆประมาณ 3-5 วัน จะไม่รู้สึกเจ็บปวดรุนแรง และจะสามารถควบคุมอาการได้ด้วยยาแก้ปวดพื้นฐาน
5. สามารถรักษาไซนัสอักเสบเรื้อรังให้หายโดยไม่กินยาฆ่าเชื้อได้หรือไม่? ได้ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง (เป็นนานกว่า 12 สัปดาห์) เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบเป็นหลัก ไม่ใช่การติดเชื้อแบคทีเรีย การกินยาฆ่าเชื้อซ้ำๆ จะไม่ช่วยให้หายขาด มาตรฐานการรักษาคือการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเพื่อชะล้างสารก่ออักเสบ ควบคู่กับการใช้ยาพ่นจมูกกลุ่มสเตียรอยด์ และในบางรายจะมีการผ่าตัดร่วมด้วย ในบางกรณีเท่านั้นที่อาจมีการกินยาฆ่าเชื้อเพื่อเป็นตัวเสริมเพื่อลดอักเสบเป็นครั้งคราว
6. ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ปลอดภัยพอที่จะใช้ทุกวันหรือไม่? ปลอดภัยพอจะใช้ทุกวันได้ แต่คนไข้หลายคนกลัวคำว่า "สเตียรอยด์" เพราะไปเทียบกับผลข้างเคียงของยาสเตียรอยด์แบบกิน งานวิจัยยืนยันว่ายาพ่นจมูกสเตียรอยด์รุ่นใหม่แทบจะไม่มีการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเลย ยาจะออกฤทธิ์เฉพาะที่บริเวณเยื่อบุผิวจมูกและถูกทำลายก่อนเข้าสู่ระบบของร่างกาย จึงเป็นรากฐานการรักษาโรคภูมิแพ้และไซนัสระยะยาวที่ปลอดภัย โดยทั่วไปยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ถือว่าปลอดภัยสำหรับการใช้ระยะยาว หากใช้ถูกวิธีและอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ผลข้างเคียงที่พบได้มักเป็นผลข้างเคียงเฉพาะที่ เช่น แสบจมูก แห้งจมูก หรือมีเลือดกำเดาเล็กน้อย จึงเป็นหนึ่งในยาหลักที่ใช้ควบคุมทั้งโรคภูมิแพ้จมูกและไซนัสเรื้อรัง
7. ภาวะจมูกโล่งเกินไป (Empty Nose Syndrome - ENS) คืออะไร และป้องกันได้อย่างไร? ENS เป็นภาวะทางจมูกที่รุนแรง คนไข้จะรู้สึกทรมานเหมือนขาดอากาศหายใจ ทั้งๆที่โพรงจมูกอาจจะดูโล่งดี และอากาศน่าจะเข้าได้ดีมาก ภาวะนี้เคยเชื่อกันว่าเกิดจากเทคนิคการผ่าตัดยุคเก่าที่ตัดเนื้อเยื่อบุจมูกทิ้งมากเกินไปจนทำลายเซลล์ประสาทรับสัมผัสแรงลม และพยายามป้องกันปัญหานี้โดยใช้เทคนิค "การรักษาเนื้อเยื่อ" (Mucosal-sparing turbinoplasty) ซึ่งเราจะลดขนาดความบวมด้านข้าง แต่เก็บรักษาเยื่อบุผิวด้านในที่ทำหน้าที่รับความรู้สึกและปรับอากาศไว้ ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ดีโดยตัวมันเอง อย่างไรก็ตามความเชื่อเรื่องการตัดมากเกินไปแล้วทำให้เกิดโรคนั้นอาจจะไม่เป็นความจริงเสมอไป เพราะมีการพิสูจน์พบว่าต่อให้ตัดจนกว้างมากๆ ดังเช่นในคนที่เป็นมะเร็งโพรงจมูกก็ยังไม่เกิดโรคนี้ หากคนไข้ไม่ได้มีภาวะนี้อยู่ก่อนแล้ว
8. ทำไมถึงไม่ได้กลิ่น และจะกลับมาได้กลิ่นอีกหรือไม่? ภาวะสูญเสียการรับกลิ่น (Anosmia) เกิดจากสองสาเหตุหลัก: การอุดตัน (เช่น มีริดสีดวงบวมปิดกั้นไม่ให้โมเลกุลกลิ่นลอยขึ้นไปถึงเพดานจมูก) หรือการอักเสบของเส้นประสาทรับกลิ่น การผ่าตัดเปิดทางเดินหายใจเพื่อเคลียร์การอุดตัน ร่วมกับการควบคุมการอักเสบอย่างจริงจังด้วยยาพ่นหรือยาชีววัตถุ มักจะช่วยฟื้นฟูประสาทการรับกลิ่นให้กลับมาได้ในคนไข้ส่วนใหญ่
9. จะรู้ได้อย่างไรว่าไซนัสอักเสบเกิดจากปัญหาที่รากฟัน? ไซนัสอักเสบจากฟัน (Odontogenic Sinusitis) เกิดขึ้นเมื่อการติดเชื้อจากรากฟันทะลุผ่านกระดูกบางๆ เข้าไปในโพรงไซนัสโหนกแก้ม อาการที่ชัดเจนที่สุดคือปวดใบหน้า "ข้างเดียว" และมีน้ำมูกที่มีกลิ่นเหม็นเน่า ฟิล์มเอกซเรย์ฟันแบบปกติมักจะมองไม่เห็นรอยทะลุนี้ ต้องอาศัยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบสามมิติ (CBCT หรือ Sinus CT) เพื่อวินิจฉัย และโรคนี้จะไม่หายขาดจนกว่าฟันซี่ที่เป็นต้นเหตุจะได้รับการรักษาโดยทันตแพทย์
10. การผ่าตัดแก้จมูกตันจะช่วยรักษาอาการนอนกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับได้หรือไม่? จมูกที่อุดตันบังคับให้คุณต้องอ้าปากหายใจเวลานอน เมื่อโคนลิ้นตกไปด้านหลังจะทำให้เกิดเสียงกรนดังขึ้น และสามารถทำให้เกิดการหยุดหายใจขณะหลับ (ถ้ามี) แย่ลงได้ การผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างจมูกจะช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับและหยุดการนอนกรนแบบธรรมดาได้ แต่สำหรับภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) ชนิดรุนแรง การทำจมูกให้โล่งอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะรักษาให้หายขาด อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดจมูกก็ยังแนะนำ เพราะจะช่วยให้คนไข้ OSA สามารถกลับไปใส่หน้ากากเครื่องอัดอากาศ (CPAP) ได้อย่างสบายและไม่อึดอัด
ผศ.นพ.วิรัช จิตสุทธิภากร
แพทย์โรคจมูก ไซนัส ภูมิแพ้