โรคไซนัสอักเสบเรื้อรังจากภูมิแพ้
(Central Compartment Atopic Disease - CCAD)
โรค CCAD คืออะไร?
CCAD คือโรคไซนัสอักเสบเรื้อรังชนิดที่มีริดสีดวงจมูก (CRSwNP) รูปแบบหนึ่งที่เพิ่งได้รับการยอมรับทางการแพทย์เมื่อ 2017 โดยมีสาเหตุหลักมาจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่อสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ (เช่น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ หรือเชื้อรา) สิ่งที่ทำให้ CCAD มีความพิเศษคือ “ตำแหน่ง” ที่ปัญหาเริ่มต้นขึ้น ซึ่งจะเกิดขึ้นเฉพาะบริเวณเยื่อบุโพรงจมูกส่วนกลาง (Central compartment) เช่น บริเวณเยื่อบุกระดูกเทอร์บิเนตอันกลาง (Middle turbinate) เป็นหลัก ซึ่งแตกต่างจากไซนัสอักเสบเรื้อรังชนิดอื่น ในโรค CCAD ภาวะภูมิแพ้จึงไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยร่วมที่ทำให้อาการแย่ลง แต่เป็นกลไกต้นตอ (Primary driver) ที่กระตุ้นให้เกิดพยาธิสภาพทั้งหมด
CCAD เกิดขึ้นได้อย่างไร?
การเกิดโรค CCAD เป็นกระบวนการที่จำเพาะเจาะจงตามลำดับขั้น ดังนี้:
การสัมผัสสารก่อภูมิแพ้: เมื่อสูดหายใจ สารก่อภูมิแพ้ขนาดเล็กจะตกบนพื้นผิวเยื่อบุบริเวณส่วนกลางของจมูก (บริเวณกระดูกเทอร์บิเนตส่วนกลางและส่วนบน)
ปฏิกิริยาภูมิแพ้: สารก่อภูมิแพ้จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบจากภูมิแพ้ผ่านกลไกที่จำเพาะ
การบวมและเกิดริดสีดวงจมูก: เมื่อเวลาผ่านไป การอักเสบอย่างต่อเนื่องนี้ทำให้เยื่อบุในโพรงจมูกส่วนกลางบวม อ่อนนุ่ม และเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นถุงน้ำเนื้อเยื่อ (Polypoid change) หรือริดสีดวงจมูก
การอุดตันของไซนัส: เมื่อริดสีดวงจมูกขยายขนาดขึ้น จะเข้าไปอุดกั้นรูเปิดตามธรรมชาติของไซนัส (Sinus ostia) ส่งผลให้เกิดการคั่งค้างของน้ำมูกและการอักเสบลุกลามเข้าไปในโพรงไซนัสในที่สุด
อาการของ CCAD เป็นอย่างไร?
ผู้ป่วย CCAD มักจะมีอาการผสมผสานระหว่างอาการภูมิแพ้และการอุดตันทางกายภาพ:
อาการภูมิแพ้เด่นชัด: มีอาการคลาสสิกของโรคภูมิแพ้ เช่น จาม คันจมูก และมีน้ำมูกใสไหล
การอุดตันคัดแน่นจมูก: เมื่อริดสีดวงจมูกโตขึ้น ผู้ป่วยจะมีอาการคัดแน่นจมูกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมักจะตอบสนองน้อยต่อยาต้านฮิสตามีน (Antihistamine) ทั่วไป
การรับกลิ่น: การรับกลิ่นอาจลดลง แต่มักไม่รุนแรงเท่าโรคริดสีดวงจมูกชนิดกระจายตัว (Diffuse polyposis) เนื่องจากปัญหากลิ่นลดลงใน CCAD มักเกิดจากการอุดตันทางกายภาพ (Mechanical obstruction) ที่ขัดขวางไม่ให้กลิ่นเข้าสู่บริเวณเส้นประสาทรับกลิ่น ไม่ใช่การสูญเสียจากตัวเส้นประสาทโดยตรง
ลักษณะเฉพาะของผู้ป่วย CCAD ที่ช่วยในการแยกโรค มีดังนี้:
ความเชื่อมโยงที่ชัดเจนกับโรคภูมิแพ้: ผู้ป่วย CCAD เกือบทั้งหมดได้รับการยืนยันว่ามีผลทดสอบภูมิแพ้ต่อสารก่อภูมิแพ้ในอากาศเป็นบวก (Atopic status)
อัตราการเป็นโรคหืดต่ำ: นี่เป็นลักษณะสำคัญ (Key feature) ที่แตกต่างจากริดสีดวงจมูกชนิดรุนแรงอื่นๆ เนื่องจากผู้ป่วย CCAD ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นโรคหืดร่วมด้วย หรือที่เรียกว่าลักษณะ "Atopic without asthma"
เริ่มเป็นเมื่ออายุน้อย: มักเริ่มแสดงอาการตั้งแต่อายุยังน้อย (มักพบในกลุ่มวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ตอนต้น)
การวินิจฉัย CCAD อาศัยข้อมูลจาก 4 ส่วนสำคัญ:
ประวัติทางการแพทย์: ประวัติอาการภูมิแพ้ทางจมูกที่เด่นชัด ร่วมกับอาการคัดแน่นจมูกเรื้อรัง
การส่องกล้องตรวจในโพรงจมูก (Nasal Endoscopy): เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด โดยจะพบลักษณะเนื้อเยื่อบวมหนาหรือริดสีดวงจมูกที่จำกัดอยู่เฉพาะบริเวณโพรงจมูกส่วนกลาง (Central compartment) เช่น เยื่อบุ Middle/Superior turbinate และส่วนหลังของ Septum
เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan): จะแสดงลักษณะคลาสสิกของ CCAD คือการหนาตัวของเนื้อเยื่ออ่อนที่จำกัดอยู่บริเวณโพรงจมูกส่วนกลาง ในขณะที่เนื้อเยื่อด้านนอก (Lateral sinuses) ยังคงโปร่งและมีอากาศอยู่ เกิดเป็นลักษณะทางรังสีวิทยาที่เรียกว่า "Black Halo Sign"
การทดสอบภูมิแพ้: การทดสอบภูมิแพ้เพื่อยืนยัน (ทั้งการทดสอบทางผิวหนัง Skin Prick Test หรือการตรวจเลือดหา Specific IgE) เพื่อระบุสารก่อภูมิแพ้ที่จำเพาะ
CCAD รักษาได้อย่างไร?
แผนการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดต้องจัดการทั้งการอุดตันทางกายภาพและกลไกภูมิแพ้ที่เป็นต้นเหตุ โดยแบ่งเป็น:
1. การรักษาด้วยยา (Medical Management)
การควบคุมการอักเสบเบื้องต้น: การใช้ยาพ่นสเตียรอยด์ในโพรงจมูก (Intranasal Corticosteroids - INCS) ร่วมกับการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นประจำทุกวัน เพื่อลดการอักเสบและชะล้างสารก่อภูมิแพ้
วัคซีนภูมิแพ้ (Allergen Immunotherapy - AIT): เป็นส่วนสำคัญของการรักษาระยะยาว (มีทั้งรูปแบบฉีด SCIT หรืออมใต้ลิ้น SLIT) ซึ่งเป็นการรักษาเพียงวิธีเดียวที่ปรับเปลี่ยนการดำเนินโรค (Disease-modifying) โดยปรับระบบภูมิคุ้มกันให้เกิดความทนทานต่อสารก่อภูมิแพ้ มีข้อมูลเชิงประจักษ์ยืนยันว่าการให้ AIT ร่วมด้วยหลังการผ่าตัด ช่วยลดอัตราการกลับเป็นซ้ำของริดสีดวงจมูกได้อย่างมีนัยสำคัญ และลดความจำเป็นในการใช้ยาควบคุมอาการในระยะยาว
2. การรักษาด้วยการผ่าตัด (Surgical Management)
ข้อบ่งชี้: แนะนำให้รักษาด้วยการผ่าตัดไซนัสผ่านกล้องเอ็นโดสโคป (Endoscopic Sinus Surgery - ESS) เมื่อริดสีดวงจมูกมีขนาดใหญ่ อุดกั้นทางเดินหายใจ และไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาอย่างเต็มที่จนกระทบต่อคุณภาพชีวิต
เป้าหมายของการผ่าตัด: เพื่อนำเนื้อเยื่อริดสีดวงจมูกที่อุดกั้นออกจากโพรงจมูกส่วนกลาง ช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้นทันที และที่สำคัญคือเป็นการเปิดช่องจมูกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ยาพ่นสเตียรอยด์และน้ำเกลือสามารถเข้าถึงบริเวณเยื่อบุส่วนลึกได้อย่างทั่วถึง
Surgical Reset: พึงระลึกว่าการผ่าตัดไม่ใช่การรักษาให้หายขาด แต่เปรียบเสมือนการรีเซ็ตโครงสร้าง เพื่อให้การรักษาด้วยยาดำเนินการต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การประสานความร่วมมือระหว่างการผ่าตัดแก้ไขสิ่งอุดกั้น ร่วมกับการทำ AIT เพื่อควบคุมต้นตอภูมิแพ้ คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการรักษาระยะยาว
ในภาพรวม
CCAD เป็นโรคไซนัสอักเสบเรื้อรังที่มีริดสีดวงจมูก โดยมีกลไกภูมิแพ้เฉพาะที่โพรงจมูกส่วนกลางเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
วินิจฉัยได้จากอาการภูมิแพ้เด่นชัด, มีอัตราการร่วมกับโรคหืดต่ำ (Atopic without asthma), และพบลักษณะจำเพาะจากการส่องกล้องรวมถึงลักษณะ Black Halo Sign จาก CT scan
การผ่าตัด (ESS) ช่วยแก้ไขโครงสร้างที่อุดตันและเปรียบเหมือนการรีเซ็ตโพรงจมูก แต่จำเป็นต้องควบคุมโรคในระยะยาวด้วยยาและวัคซีนภูมิแพ้ (AIT) เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำอย่างยั่งยืน
ผู้เขียน
ผศ.นพ.วิรัช จิตสุทธิภากร
แพทย์ด้านโรคจมูกและภูมิแพ้
วุฒิบัตรโสต ศอ นาสิกวิทยา 2552
ประกาศนียบัตร์ด้านโรคจมูกและภูมิแพ้ 2565
My research profiles: Google Scholar; Researchgate
เผยแพร่ครั้งแรก: 2568
ตรวจสอบและปรับปรุงล่าสุด: 14 มิถุนายน 2569