เนื้องอกโพรงจมูกชนิด Inverted Papilloma: ทำไมถึงอันตรายแม้ไม่ใช่เนื้อร้ายแต่กำเนิด
เวลาคนไข้มาตรวจด้วยอาการคัดจมูกข้างเดียวเรื้อรัง หรือมีเลือดกำเดาไหลปนน้ำมูก แล้วผลการส่องกล้องพบก้อนเนื้อที่ดูแปลกไปจากริดสีดวงจมูกทั่วไป คำว่า "เนื้องอก" มักจะสร้างความวิตกกังวลให้คนไข้พอสมควร และหนึ่งในเนื้องอกโพรงจมูกที่พบได้บ่อยและมีลักษณะเฉพาะตัวที่สุดคือ เนื้องอกอินเวอร์เทด แพพิโลมา หรือ "Inverted Papilloma"
ในความเห็นของผม การทำความเข้าใจพฤติกรรมของเนื้องอกชนิดนี้คือหัวใจสำคัญในการรักษา Inverted Papilloma ไม่ใช่มะเร็งตั้งแต่จุดเริ่มต้น มันเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง (Benign tumor) แต่เหตุผลที่แพทย์เฉพาะทางโรคจมูกต้องให้ความสำคัญ เพราะมันมีพฤติกรรม "ดุร้ายเฉพาะที่" (Locally aggressive) ริดสีดวงหรือเนื้องอกทั่วไปมักจะงอกยื่นออกมาด้านนอก แต่ Inverted Papilloma มีกลไกการเจริญเติบโตแบบ "มุดหัวกลับ" (Inverted growth pattern) โดยเซลล์เนื้องอกจะแทงรากลึกลงไปใต้ชั้นเยื่อบุผิวและกัดเซาะกระดูกที่อยู่เบื้องล่าง คล้ายกับรากต้นไม้ที่ชอนไชทำลายพื้นคอนกรีต
นอกจากนี้ ข้อมูลจากงานวิจัยทางพยาธิวิทยาและระดับโมเลกุลพบว่า Inverted Papilloma มีความเชื่อมโยงกับการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ในโพรงจมูก และสิ่งที่อันตรายที่สุดคือ เนื้องอกชนิดนี้มีศักยภาพแฝงที่จะกลายพันธุ์พัฒนาไปเป็นมะเร็งโพรงจมูกชนิด Squamous Cell Carcinoma (SCC) ได้ประมาณ 5-10% หากปล่อยทิ้งไว้หรือทำการรักษาแบบไม่เด็ดขาด
ด้วยพฤติกรรมการฝังรากลึกและโอกาสในการกลายเป็นมะเร็ง เป้าหมายการรักษาจึงมีเพียงอย่างเดียวคือ "การผ่าตัด" แบบถอนรากถอนโคนให้หมดจด 100% การใช้ยาพ่นหรือยากินไม่สามารถรักษาโรคนี้ได้ แนวทางการผ่าตัดรักษาในปัจจุบันอาศัยความเข้าใจทางกายวิภาคโครงสร้างใบหน้าและการแพทย์แม่นยำ ดังนี้:
การผ่าตัดส่องกล้องหาจุดกำเนิด (Attachment-Oriented Endoscopic Surgery): เราไม่ต้องผ่าตัดเปิดแผลบนใบหน้าเหมือนในอดีต แต่จะใช้กล้องความละเอียดสูงสอดเข้าทางรูจมูกเพื่อตัดก้อนเนื้องอกส่วนบนออก กระบวนการที่สำคัญที่สุดคือการไล่ตามรอยโรคเพื่อหา "จุดเกาะ" หรือต้นตอ (Attachment site) ให้เจอ
การกรอทำลายรากเนื้องอกที่กระดูก (Subperiosteal Dissection & Drilling): เมื่อพบจุดที่รากเนื้องอกเกาะติดกับกระดูก เราจะไม่แค่ลอกเยื่อบุผิวทิ้งไป แต่จะใช้หัวกรอกระดูก (Diamond burr) ขนาดเล็ก กรอทำลายผิวชั้นบนของกระดูกบริเวณนั้นทิ้งทั้งหมด เพื่อทำลายเซลล์เนื้องอกระดับไมโครที่ซ่อนตัวอยู่ในรูพรุนของกระดูก ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่จะป้องกันการงอกกลับมาใหม่ได้อย่างมาก
การเฝ้าระวังระยะยาว (Long-term Surveillance): เนื้องอกชนิดนี้ขึ้นชื่อเรื่องการกลับมาเป็นซ้ำได้แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี หลังจากผ่าตัด คนไข้จำเป็นต้องได้รับการส่องกล้องติดตามผลอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2-5 ปี
Inverted Papilloma อาจฟังดูน่ากลัวด้วยพฤติกรรมที่ซับซ้อน แต่ด้วยเทคโนโลยีการส่องกล้องที่แม่นยำและการจัดการที่รากกระดูกอย่างตรงจุด เราสามารถกำจัดเนื้องอกชนิดนี้ได้อย่างเด็ดขาด ป้องกันการกลายพันธุ์เป็นมะเร็ง และคืนลมหายใจที่ปกติให้คนไข้ได้อย่างถาวร
ผศ.นพ.วิรัช จิตสุทธิภากร
แพทย์โรคจมูก ไซนัส ภูมิแพ้