ผ่าตัดไซนัสผ่านกล้อง (FESS) เจ็บไหม และต้องพักฟื้นกี่วัน?
อันนี้เป็นคำถามยอดฮิตที่คนไข้แทบทุกคนถามผม ก่อนตัดสินใจรับการรักษา เวลาได้ยินคำว่า "ผ่าตัด" บริเวณใบหน้าและโพรงจมูกที่อยู่ใกล้กับดวงตาหรือฐานสมอง เราย่อมมีความกังวลเป็นปกติ
ผมคิดว่า สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจเพื่อคลายความกังวลคือ กระบวนการผ่าตัดทั้งหมดเราทำภายใต้การดมยาสลบโดยหมอดมยา (วิสัญญีแพทย์) ครับ คนไข้จะหลับและไม่รู้สึกตัวเลยตลอดการผ่าตัด นอกจากนี้ ตัวย่อ FESS นั้นมาจากคำว่า Functional Endoscopic Sinus Surgery คำว่า Functional หมายถึงเราผ่าตัดโดยมุ่งเน้นการเก็บรักษาเนื้อเยื่อบุจมูกที่ดีและทำหน้าที่ได้ปกติเอาไว้ให้มากที่สุด เราเพียงแค่สอดกล้องและเครื่องมือขนาดเล็กเข้าไปเปิดขยายทางระบายน้ำมูกที่อุดตันทางรูจมูกทั้งหมด ดังนั้นจะไม่มีการกรีดแผล ไม่มีรอยช้ำ บวม หรือรอยแผลเป็นที่ผิวหนังภายนอกบนใบหน้าแม้แต่นิดเดียว
สำหรับเรื่องความเจ็บปวดหลังตื่นฟื้นจากการดมยา จากประสบการณ์ที่ผมดูแลคนไข้มา อาการหลังผ่าตัดมักไม่ใช่ความ "เจ็บปวดรุนแรง" แบบที่หลายคนจินตนาการไว้ครับ แต่จะเป็นความรู้สึก "ตื้อๆ หน่วงๆ" บริเวณหัวตาหรือโหนกแก้ม และมีอาการคัดจมูกตื้อตันคล้ายตอนที่เราเป็นหวัดหนักๆ มากกว่า ซึ่งยาแก้ปวดระดับพื้นฐาน อย่างพารา ที่ให้ไปก็สามารถควบคุมอาการได้
อีกหนึ่งความกลัวที่อยู่ในใจคนไข้ในอดีตที่มีการเล่าต่อๆกันคือ การดึงผ้าก๊อซห้ามเลือดขนาดยาวออกจากจมูกในวันรุ่งขึ้น ซึ่งคนไข้สมัยก่อนมักบอกว่าเจ็บมาก ปัจจุบันเรามีวัสดุห้ามเลือดชนิดสลายตัวได้เอง (Absorbable hemostatic materials) หรือแม้กระทั่งไม่ใส่อะไรเลยในคนไข้บางราย ทำให้เราสามารถตัดความทรมานในขั้นตอนการดึงผ้าก๊อซทิ้งไปได้เลยครับ ตื่นมาแค่รู้สึกตึงในโพรงจมูกนิดหน่อย แต่ไม่เจ็บปวดทรมานแน่นอน และในบางรายสามารถหายใจได้โล่งขึ้นกว่าเดิมทันที
ส่วนเรื่องการพักฟื้น ผมแจกแจงไทม์ไลน์ให้คนไข้เห็นภาพการดูแลตัวเองที่บ้านชัดเจนแบบนี้ครับ:
ช่วง 1-3 วันแรก: จะมีน้ำมูกปนเลือด ซึมๆออกมาบ้าง ถือเป็นเรื่องปกติของการสมานแผลครับ ผมจะแนะนำให้พักผ่อนอยู่บ้าน นอนหนุนหมอนสูงกว่าปกติเพื่อลดอาการบวม และงดการสั่งน้ำมูก หรือเบ่ง ไอ จาม (หากเลี่ยงไม่ได้ ให้อ้าปากกว้างๆช่วย) ช่วงนี้อาจจะต้องเปลี่ยนมาหายใจทางปากบ้าง เพราะในจมูกยังมีสะเก็ดเลือดและวัสดุห้ามเลือดที่รอการสลายตัว ระหว่างนี้ผมจะมียาสเตียรอยด์กินให้ระหว่างพักฟื้นซึ่งจะกินไปประมาณ 2-3 อาทิตย์
ช่วงวันที่ 4-14: คนไข้ส่วนใหญ่จะเริ่มรู้สึกจมูกโล่งขึ้นเล็กน้อย บางรายสามารถกลับไปทำงานออฟฟิศเบาๆ หรือใช้ชีวิตประจำวันเบาๆ ได้ แต่ถ้าเป็นไปได้ผมยังอยากให้อยู่แต่ในบ้าน ทำกิจกรรมเบาๆ เนื่องจากยังมีความเสี่ยงเลือดไหลอยู่พอสมควร และระหว่างนี้ยังคงมีข้อห้ามสำคัญคือ "ห้ามยกของหนัก ห้ามก้มหน้าต่ำกว่าระดับเอว ห้ามออกกำลังกายหนัก หรือทำกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง" เพื่อป้องกันแรงดันเลือดที่อาจทำให้แผลภายในปริ หรือสะเก็ดที่จี้ห้ามเลือดเอาไว้หลุดออก ผมมักจะนัดคนไข้มาทำความสะอาดแผลประมาณวันที่ 7 หลังผ่าตัด (ครั้งแรกหลังผ่าตัด)
ช่วงสัปดาห์ที่ 2-4: เยื่อบุจมูกจะเริ่มสมานตัว อาการคัดตื้อจะหายไป การรับกลิ่นจะกลับมาดีขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งในช่วงนี้ผมจะนัดคนไข้มาส่องกล้องทำความสะอาดโพรงไซนัส (Debridement) อีกครั้ง (ครั้งนี้คือครั้งที่สองหลังผ่าตัด) เพื่อดูดคราบเลือดและสะเก็ดแผลที่ตกค้างออก ช่วยให้โพรงไซนัสโล่งและหายเร็วขึ้นครับ
ท้ายที่สุดแล้ว หัวใจสำคัญของการพักฟื้น คือ "การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือปริมาณ 250 ซีซี" ทุกวันตามวิธีที่ผมสอน การล้างจมูกคือกุญแจสำคัญที่จะชะล้างสะเก็ดเลือดออก ทำให้โพรงไซนัสที่เปิดกว้างแล้วสะอาด แผลสมานตัวไว และป้องกันการเกิดพังผืดซ้ำ ในรายที่เป็นโรคไซนัสเรื้อรังผมจะสั่งยาหลอดเล็กๆ ชื่อ budesonide เอาไปผสมน้ำเกลือเพื่อล้างจมูกด้วย
การผ่าตัดไซนัสผ่านกล้องยุคนี้ เจ็บน้อยกว่าที่คิดและใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน คือประมาณ 2 อาทิตย์ ช่วงสับดาห์แรกอาจจะต้องอดทนกับความรู้สึกตื้อคัดจมูกบ้าง หากล้างจมูกได้ดีแผลจะสมานตัวดีครับและจะกลับมาหายใจโล่งอย่างที่ควรจะเป็นครับ
วิรัช จิตสุทธิภากร