สำหรับการผ่าตัดต่อมทอนซิล แม้จะเป็นการผ่าตัดที่ใช้เวลาไม่นานและไม่ได้มีความซับซ้อนสูง แต่ความกังวลใจของคนไข้ส่วนใหญ่มักอยู่ที่ขั้นตอนการปฏิบัติตัวเพื่อให้แผลหายไวและไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อช่วยให้คนไข้เข้าใจกระบวนการและสามารถเตรียมรับมือกับช่วงเวลาพักฟื้นได้
ในวันที่เข้ารับการผ่าตัด คนไข้จะได้รับการดูแลจากแพทย์และวิสัญญีแพทย์โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้
การระงับความรู้สึก: แพทย์จะใช้วิธีดมยาสลบเพื่อให้คุณหลับตลอดการผ่าตัด คุณจะไม่รู้สึกตัวและไม่เจ็บปวดในระหว่างที่ทำหัตถการ
กระบวนการผ่าตัด: แพทย์จะทำการผ่าตัดผ่านทางช่องปาก โดยใช้เครื่องมือพิเศษช่วยเปิดปากแล้วถ่างเอาไว้ จากนั้นจะใช้เครื่องมือจี้ตัด และมีด ขูดเอาต่อมทอนซิลออก จะไม่มีการผ่าตัดผิวหนังภายนอก ดังนั้นคุณจะไม่มีแผลเป็นที่คอ หรือภายนอกปาก
การห้ามเลือด: หลังจากนำต่อมทอนซิลออกแล้ว แพทย์จะทำการห้ามเลือดในคอจนมั่นใจว่าแผลแห้งสนิทดี โดยรวมแล้วจะใช้เวลาในห้องผ่าตัดประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมงครับ
หลังจากผ่าตัดทันที คนไข้จะถูกเข็นมารอพักฟื้นในห้องเพื่อสังเกตอาการหลังผ่าตัด เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อน เช่นเลือดไหล หายใจลำบาก การรับรู้ผิดปกติ อาการปวดรุนแรง หรือชีพจรผิดปกติ เป็นต้น
หลังจากตื่นจากยาสลบ คุณอาจรู้สึกมึนงงและเจ็บคอมากในช่วงแรก ซึ่งเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้
ช่วง 1-2 วันแรก: จะเป็นช่วงที่เจ็บคอมากที่สุด โดยเฉพาะเวลาที่พยายามกลืนน้ำลายหรือทานอาหาร และเป็นช่วงที่อาจมีเลือดไหลออกมาจากแผลได้ง่าย
การเปลี่ยนแปลงของแผล: ในบริเวณที่เคยเป็นต่อมทอนซิล จะมีแผ่นสีขาวหรือสีเทาปกคลุมแผลไว้ ซึ่งคือ "ฝ้าเนื้อเยื่อ" ที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อสมานแผล ห้ามพยายามแคะหรือขูดออก เพราะจะทำให้เลือดออกรุนแรงได้
อาการปวดร้าวไปที่หู: บางท่านอาจรู้สึกปวดหูร่วมด้วย เนื่องจากเส้นประสาทในคอเชื่อมโยงกับหู ซึ่งอาการนี้จะค่อยๆ หายไปเองเมื่อแผลในคอเริ่มสมานตัว
สิ่งที่แพทย์ให้ความสำคัญที่สุดหลังผ่าตัดคือ "การป้องกันเลือดออก" ครับ
เลือดออกหลังผ่าตัด: หากคุณพบว่ามีเลือดสดไหลออกมาจากคอ หรือไอออกมาเป็นเลือด ไม่ว่าจะปริมาณเท่าใดก็ตาม ให้รีบกลับมาพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอ
อาการขาดน้ำ: หากเจ็บจนทานน้ำไม่ได้ ร่างกายจะอ่อนเพลียและทำให้แผลหายช้าลง พยายามจิบน้ำเย็นบ่อยๆ เพื่อให้คอมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ
ไม่อยากอาหาร ทานได้น้อยลง: สิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้และปกติน้ำหนักคนไข้จะลดลงบ้าง แต่สุดท้ายจะกลับมาปกติหลังจากแผลหายและทานได้เหมือนเดิม
ผลลัพธ์ที่คุณจะได้รับหลังจากแผลหายดี (ประมาณ 2 สัปดาห์) คือปัญหาเรื่องการอักเสบของลำคอที่เคยเป็นบ่อยๆ จะหมดไป สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องนอนกรนหรือต่อมทอนซิลโตจนอุดกั้นทางเดินหายใจ คุณจะรู้สึกว่าหายใจได้สะดวกขึ้นมากและคุณภาพการนอนดีขึ้นอย่างชัดเจน
เพื่อความปลอดภัยและป้องกันไม่ให้แผลฉีกขาด ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่อไปนี้อย่างน้อย 2 สัปดาห์ครับ
งดรับประทานอาหารที่แข็ง กรอบ หรือมีคม เช่น ขนมปังกรอบหรือของทอด เพราะอาจไปขูดแผลจนเลือดออกได้
งดอาหารและเครื่องดื่มที่มีสีแดงหรือสีชมพู เนื่องจากหากมีการอาเจียนหรือบ้วนออกมา แพทย์และพยาบาลจะแยกไม่ออกว่าเป็นเลือดหรือเป็นสีของอาหาร
งดการขากเสมหะ การไอแรงๆ หรือการพูดเสียงดังเกินไป เพราะจะทำให้แผลได้รับแรงสะเทือนและเลือดออกได้ง่าย
งดการออกกำลังกายหนักหรือการยกของหนัก เพราะจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นจนเสี่ยงต่อการที่เลือดจะออกจากแผล
งดใช้หลอดดูดน้ำในช่วงแรก เพราะแรงดูดอาจทำให้ลิ่มเลือดที่ปิดแผลอยู่หลุดออกได้ครับ
การรับประทานของเย็น เช่น ไอศกรีม (รสเรียบๆ ไม่มีเนื้อผลไม้หรือถั่ว) น้ำเย็นจัด หรือนมเย็น จะช่วยลดอาการปวดและลดการบวมได้ดีมากครับ นอกจากนี้ควรพักผ่อนให้เพียงพอและรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะยาแก้ปวดที่ควรทานก่อนมื้ออาหารประมาณ 30 นาทีเพื่อให้คุณสามารถทานอาหารอ่อนๆ ได้สะดวกขึ้นครับ
นพ.วิรัช จิตสุทธิภากร